Loading...
Articles

How to ซื้อบ้านหลังแรกต้องเริ่มอย่างไร?

ปฏิเสธไม่ได้ว่า คำว่า “บ้านหลังแรก” ได้ฟังแล้วให้ความรู้สึกภูมิใจ เป็นคำที่มาของจากน้ำพักน้ำแรงของใครหลายๆ คน  แต่แน่นอนว่าการซื้อบ้านหลังแรกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมีปัจัยจัยหลายๆอย่าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากถ้าเรามีความพร้อมและเตรียมการมาเป็นอย่างดี สำหรับบทความนี้จะขอมาแนะนำแนวทางให้กับเพื่อน ๆ ในการซื้อบ้านหลังแรกกันว่าเราจะต้องเตรียมอะไรบ้าง และวิธีซื้อบ้านหลังแรกอย่างไรให้ถูกใจและคุ้มค่ามากที่สุด

ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน มีหลายปัจจัยที่ควรพิจารณาเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับความต้องการของคุณที่สุด:

1. ทำเลที่ตั้ง (Location):

  • ตรวจสอบความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน โรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ
  • สำรวจสภาพแวดล้อมรอบบ้าน เช่น ความปลอดภัย ความสะอาด และความสงบ

2. งบประมาณ (Budget):

  • ตั้งงบประมาณที่เหมาะสมกับรายได้และสถานะทางการเงินของคุณ รวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าบำรุงรักษา ค่าส่วนกลาง และภาษี
  • ตรวจสอบวงเงินสินเชื่อที่คุณสามารถขอได้และคำนวณยอดชำระรายเดือน

3. ประเภทของบ้าน (Type of House):

  • เลือกประเภทบ้านที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการ เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด หรือบ้านแฝด

4. โครงสร้างและคุณภาพการก่อสร้าง (Construction Quality):

  • ตรวจสอบคุณภาพวัสดุก่อสร้างและการติดตั้งระบบต่าง ๆ เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา และการระบายน้ำ
  • สำรวจการรับประกันและบริการหลังการขายจากผู้พัฒนาโครงการ

6. การตรวจสอบเอกสาร (Legal and Documentation):

  • ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินและบ้านว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่
  • เช็กประวัติของผู้พัฒนาโครงการและความน่าเชื่อถือ

7. สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ (Amenities):

  • สำรวจสิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการจัดเตรียมไว้ เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส พื้นที่สีเขียว และระบบรักษาความปลอดภัย

8. การตรวจสอบและเยี่ยมชมสถานที่จริง (Site Visit):

  • ไปเยี่ยมชมสถานที่จริงเพื่อดูสภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อม และสภาพบ้านในโครงการ

9. เงื่อนไขและโปรโมชั่น (Terms and Promotions):

  • ตรวจสอบเงื่อนไขการซื้อขาย โปรโมชั่น และสิทธิพิเศษที่โครงการเสนอให้

10. การวางแผนระยะยาว (Long-term Planning):

  • พิจารณาการเติบโตของครอบครัวและความต้องการในอนาคต เช่น การขยายพื้นที่หรือการเพิ่มสมาชิกในครอบครัว

การกู้ซื้อบ้านเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีขั้นตอนหลายอย่างที่ต้องพิจารณา เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องมีความเข้าใจในกระบวนการและการเตรียมตัวที่ดี นี่คือขั้นตอนและเคล็ดลับในการกู้ซื้อบ้าน

ขั้นตอนการกู้ซื้อบ้าน

1. การประเมินความสามารถในการชำระหนี้ ก่อนการขอกู้ซื้อบ้าน ควรทำการประเมินรายได้ รายจ่าย และภาระหนี้สินอื่น ๆ เพื่อให้ทราบว่ามีความสามารถในการชำระหนี้ได้มากน้อยเพียงใด ควรทำการคำนวณเบื้องต้นว่าเงินดาวน์และค่างวดที่จะต้องชำระในแต่ละเดือนมีจำนวนเท่าใด

2. การเลือกสินเชื่อ สินเชื่อบ้านมีหลายประเภท ทั้งแบบดอกเบี้ยคงที่และดอกเบี้ยลอยตัว ควรเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบและเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมกับสภาพการเงินของตนเอง

3. การเตรียมเอกสาร การขอกู้ซื้อบ้านจำเป็นต้องใช้เอกสารหลายอย่าง เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารรับรองรายได้ และเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินอื่น ๆ ควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการ

4. การยื่นขอสินเชื่อ ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารที่เลือกไว้ ธนาคารจะทำการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ และทำการตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ

5. การประเมินราคาบ้าน ธนาคารจะทำการประเมินราคาบ้านเพื่อให้ทราบถึงมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน และกำหนดวงเงินสินเชื่อที่สามารถให้ได้

6. การอนุมัติสินเชื่อ หากผ่านการประเมินและตรวจสอบเรียบร้อย ธนาคารจะทำการอนุมัติสินเชื่อและจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน

7. การเซ็นสัญญาและโอนกรรมสิทธิ์ เมื่อได้รับการอนุมัติสินเชื่อ ควรทำการนัดหมายกับผู้ขายบ้านเพื่อทำการเซ็นสัญญาและโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน

เคล็ดลับในการกู้ซื้อบ้าน

1. ตรวจสอบเครดิตบูโร การมีประวัติเครดิตที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อ ควรตรวจสอบและแก้ไขประวัติเครดิตหากมีข้อผิดพลาด

2. การเลือกธนาคาร แต่ละธนาคารมีเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ควรเปรียบเทียบข้อเสนอจากธนาคารหลายแห่งเพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุด

3. การเตรียมเงินดาวน์ การมีเงินดาวน์มากจะช่วยลดภาระหนี้สินและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ควรเตรียมเงินดาวน์อย่างน้อย 20% ของมูลค่าบ้าน

4. การวางแผนการเงินระยะยาว การซื้อบ้านเป็นการลงทุนระยะยาว ควรวางแผนการเงินเพื่อให้สามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องและไม่มีปัญหาทางการเงิน

การผ่อนชำระสินเชื่อให้ลดดอกเบี้ยและลดต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมีหลายวิธีที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ดังนี้

1. โปะเงินเพิ่มในงวดแรก ๆ

  • จ่ายมากกว่างวดขั้นต่ำ หากมีเงินเหลือในแต่ละเดือน ลองจ่ายมากกว่างวดขั้นต่ำที่กำหนด เนื่องจากช่วงแรกของการผ่อนชำระ มักเป็นการจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าต้น การโปะเงินเพิ่มจะช่วยลดเงินต้นได้เร็วขึ้น และดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในระยะยาวจะลดลง

2. เลือกแผนการผ่อนที่มีดอกเบี้ยลดลงตามต้น

  • เลือกแผนสินเชื่อแบบ “ลดต้นลดดอก”: ธนาคารบางแห่งเสนอสินเชื่อที่คำนวณดอกเบี้ยจากยอดคงเหลือเงินต้น เมื่อคุณจ่ายต้นเงินมากขึ้น ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดต่อไปจะลดลงตาม

3. รีไฟแนนซ์ (Refinance)

  • รีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ หลังจากผ่อนชำระสินเชื่อมาได้ระยะหนึ่ง (มักจะ 3 ปีขึ้นไป) คุณสามารถรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารอื่นที่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและลดจำนวนเงินต้นได้เร็วขึ้น
  • รีเทนชัน (Retention): ถ้าไม่อยากเปลี่ยนธนาคาร ลองเจรจากับธนาคารปัจจุบันเพื่อขอลดดอกเบี้ย หากคุณมีประวัติการชำระที่ดี

4. จ่ายงวดเพิ่มเมื่อได้รับโบนัสหรือลาภลอย

  • ใช้เงินก้อนมาจ่ายลดต้น เมื่อคุณได้รับเงินก้อน เช่น โบนัส, ลาภลอย, หรือรายได้พิเศษ ใช้เงินก้อนนี้มาโปะเพิ่มเพื่อลดเงินต้น ซึ่งจะช่วยลดจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในระยะยาว

5. ตรวจสอบสัญญาและค่าปรับ

  • ตรวจสอบเงื่อนไขการจ่ายเงินก้อน บางสัญญาอาจมีค่าปรับเมื่อจ่ายเงินโปะต้นเร็วเกินไป ควรตรวจสอบสัญญาให้ดีเพื่อไม่ให้เสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น

6. วางแผนการเงินระยะยาว

  • จัดการงบประมาณอย่างรอบคอบ จัดการการเงินส่วนตัวอย่างมีระบบ ระมัดระวังการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเน้นการโปะเงินต้นในทุกโอกาส

การปฏิบัติตามวิธีเหล่านี้จะช่วยให้คุณลดภาระดอกเบี้ยและลดจำนวนเงินต้นได้เร็วขึ้น ทำให้ภาระหนี้สินของคุณหมดลงได้ไวกว่าเดิม

คำแนะนำ: การกู้ซื้อบ้านเป็นกระบวนการที่ต้องการความรอบคอบและการเตรียมตัวที่ดี การทำความเข้าใจในกระบวนการและการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจะช่วยให้การกู้ซื้อบ้านเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง และที่สำคัญการซื้อบ้านเป็นการลงทุนที่ใหญ่ ควรใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยในการตัดสินใจ

เครดิตรูปภาพ : freepik